ฮือฮาสนั่นโซเชียล!!นายตำรวจยศ"พ.ต.ท."ยื่นหนังสือลาออกก่อนเกษียณ10ปี เหตุผลฟังแล้ว"บิ๊กแป๊ะ"จี๊ดแน่ #ไม่เจริญก้าวหน้า อยากพ้นระบบแบบปัจจุบัน?

        กลายเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังฮือฮาอย่างมากในโลกออนไลน์และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงการตำรวจเป็นจำนวนมาก จากกรณีได้มีการแชร์รูปหนังสือบันทึกข้อความเรื่องขอลาออกจากราชการของ พ.ต.ท.รติวุฒิ นาคแก้ว รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว ปฎิบัติ ราชการ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.อุดมสุข โดยหนังสือบันทึกข้อความดังกล่าวระบุข้อความสำคัญทั้งหมดว่า...
      "กระผมรับราชการมานานถึง 31 ปี แต่พบว่าระบบราชการแบบในปัจจุบัน ไม่ทำให้กระผมมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ราชการได้แต่อย่างใด อีกทั้งพบและเชื่อว่าไม่มีความหวังว่าจะมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานราชการแบบระบบปัจจุบันได้ในอนาคตอันใกล้ ขณะนี้เหลือเวลารับราชการอีก 10 ปี สุขภาพร่างกายยังดี ไม่มีโรคประจำตัว และหากลาออกไปประกอบอาชีพอื่นจะมีความสุขความก้าวหน้าในช่วงชีวิตที่เหลือ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับงานสอบสวนที่หนัก ค่าตอบแทนต่ำมีแต่ความเครียด และเพื่อให้พ้นจากระบบราชการที่เป็นแบบในปัจจุบันนี้ จึงขอลาออกจากราชการ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามระเบียบเป็นต้นไป"
      ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พ.ต.อ.ปรีชา เพ็งเภา ผกก.สน.อุดมสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งหนังสือบันทึกข้อความดังกล่าวมาถึงตนแต่อย่างใด โดยจากที่มีการแชร์ส่งต่อกันก็เป็นเพียงร่างหนังสือ ไม่มีการลงลายเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษร ก่อนหน้านี้ทาง พ.ต.ท.รติวุฒิ ก็เคยปรึกษาเรื่องการขอลาออกมาบ้างแล้ว เนื่องจากงานสอบสวนเป็นงานที่หนักและมีความเครียด ซึ่งตนได้รับฟังถึงปัญหาและเคยช่วยแนะนำให้คำปรึกษาไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนอยู่ระหว่างการลาราชการเป็นเวลา 4 วัน หลังจากกลับไปปฎิบัติหน้าที่แล้วก็จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาอีกครั้งต่อไป
      ก่อนหน้านั้น คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่างสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยพล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ ประธานคณะอนุกรรมการฯ แถลงรายงานผลการศึกษาการปฏิรูปตำรวจว่า คณะอนุกรรมการฯเห็นควรปฎิรูปและเปลี่ยนแปลงองค์กรตำรวจ โดยให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เพื่อบูรณาการหน่วยงานเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญามารวมอยู่ภายใต้รัฐมนตรีคนเดียวกัน และให้การบริหารจัดการกระบวนการยุติธรรมทางอาญาสอดคล้องเป็นระบบเดียวกัน ทั้งตำรวจ อัยการ ศาล จะได้ประสานงานใกล้ชิด ซึ่งตำรวจส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะไปสังกัดกระทรวงยุติธรรม

       ส่วนการแต่งตั้ง ผบ.ตร. พล.ต.ท.บุญเรือง กล่าวว่า ควรวางหลักเกณฑ์ให้ต้องผ่านงานสอบสวนอย่างน้อย 2 ปี และร่วมรับผิดชอบสำนวนสอบสวนไม่น้อยกว่า 70 คดี ขณะเดียวกันจะปรับปรุงเงินเดือนตำรวจให้เพียงพอต่อการดำรงชีพเลี้ยงครอบครัว จัดให้มีงบประมาณในการปฎิบัติหน้าที่ จะได้ไม่ผลักตำรวจไปอยู่ในพื้นที่สีเทา นอกจากนี้ ยังเสนอให้ติดซีซีทีวีช่วยติดตามคนร้ายรักษาความสงบเหมือนต่างประเทศ โดยให้ตำรวจรับผิดชอบทั้งหมด จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น
        ทั้งนี้ ในรายงานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจฯ ยังศึกษางบประมาณตำรวจ และเสนอให้ปรับปรุงเงินเดือนและค่าตอบแทนข้าราชการตำรวจให้ต่างจากข้าราชการพลเรือน เพราะเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงจากการปฏิบัติหน้าที่สูงกว่าข้าราชการพลเรือนถึง 13.56-22.57 เท่า โดยกำหนดให้ข้าราชการตำรวจชั้นประทวนมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญระดับเดียวกัน 1.28 เท่า และข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการพลเรือนสามัญ 1.74 เท่า
        “โดยตำรวจชั้นประทวนบรรจุใหม่ควรมีเงินเดือนเริ่มต้น 13,773 บาท จากเดิม 10,760 บาท ขณะที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรบรรจุใหม่ควรมีเงินเดือนเริ่มต้นที่ 26,605 บาท จากเดิม 15,290 บาท และควรมีอัตราเงินเพิ่มเติมแก่ตำรวจสายงานป้องกันและปราบปราม สายงานจราจรและสายงานสืบสวนที่เสี่ยงกว่าสายอำนวยการ”
      ส่วนการปฏิรูประบบงานสอบสวน เสนอให้ปรับระบบเข้าเวรของพนักงานสอบสวนจากเข้าเวรเดี่ยวเป็นเข้าเวรเป็นชุด และควรแยกคดีที่ต้องสืบสวนเป็นกรณีพิเศษออกจากการสืบสวนทั่วไป เช่น คดีซับซ้อน คดีผู้มีอิทธิพล หรือต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางให้หน่วยงานส่วนกลางมารับผิดชอบแทน และให้มีเงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่งพนักงานสอบสวน เช่นเดียวกับข้าราชการในสายงานตามกระบวนการยุติธรรมอื่น เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และอัยการ
        นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้จัดงบพัฒนาไอทีออนไลน์ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้การบริการประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าทางคดีได้ด้วยตนเอง โดยมี Username และ Password ของตัวเอง สำหรับรายงานผลการศึกษาดังกล่าวจะสนอเข้าที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป.

Cr:กำพลาภร พุฒิพุทธ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

แข่งกันกินขี้!!! ใครกินได้เยอะสุดคนนั้นชนะ คิดได้ไงเอาสมองส่วนไหนคิด (มีคลิป)

ผบ.ตร.สั่งตำรวจดูแลบุตรหลานตัวเอง หลังมีคดี "ลูกตำรวจ" ก่อความรุนแรงจำนวนมาก

วินาทีคุณแม่ให้กำเนิดชีวิต ดูเอาว่าแม่เจ็บแม่ทรมานแค่ใหน กว่าจะคลอดลูกออกมาได้สักคน (มีคลิป)

ระทึก! ไฟไหม้ห้องเช่าสำนักงานศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชน ซอยสันติสุข กลางเมืองฉะเชิงเทรา(มีคลิป)

โคตรนักเลง!!! แค่ฝนตก แล้วน้ำกระเด็นใส่รถ ถึงกับขี่รถตามมาทุบกระจกจนแตก ต้องทำกันถึงขนาดนี้เลยหรอ? (มีคลิป)

ไฟไหม้พื้นที่โรงงานฟอกหนังเก่า ถ.ท้ายบ้าน สมุทรปราการ งูเหลือมหนีตายหลายชีวิต(มีคลิป)

จะต้องให้อภัยอีกกี่ครั้ง?! น้องสาวตำรวจที่โดน "แอนนา รีส" ขับรถชนเสียชีวิต เปิดใจหลังทราบข่าวดาราสาวเมาแล้วขับรถซิ่งไล่ชนมั่ว ด้วยความรู้สึกที่ฟังแล้วจุกไปทั้งหัวใจอย่างนี้!!! (มีคลิป)

ป.ป.ช.เอาจริง!! ประกาศกร้าวเอาผิดตำรวจ ไม่สั่งฟ้อง”บอส ทายาทกระทิงแดง” ผิดโทษวินัยร้ายแรง ย้ำหนัก!!จะไม่ปล่อยให้หมดอายุเด็ดขาด!!